top of page
  • Writer's picturemie dyasha wong🍦

Mie as a Boschler at Bosch Thailand! 🇹🇭 (มาฝึกงานที่บ๊อช ประเทศไทยกันน้าา) 😄

Updated: Apr 13, 2023

สวัสดีจ้าท่านผู้อ่านนนน

ขอโทษด้วยที่หายไปนานอีกแล้ว น่าจะครึ่งปีได้รอบนี้ 5555 คือว่ามี่เพิ่งว่างหลังจากอยู่กับมรสุมธีสิสมา (เดี๋ยวจะมาเขียนเชิญชวนมาดูหนังกันตอนช่วงเดือน July 2023 ละกันน้า ใครเป็นผู้อ่านหรือคนที่ตามบล็อคเรา ฝากมาดูด้วยนะค้าบผมมม เตรียมตัวรอกันได้เลย อิอิ) รอบนี้กลับมากับการรีวิวประสบการณ์ฝึกงานสาย corporate communications intern ที่ bosch thailand (บ๊อช ประเทศไทย) นะค้าบ 🙏 บล็อคนี้อาจจะเป็นบล็อคสั้น ๆ มาให้อ่านให้เข้าใจภาพรวมเฉย ๆ น้า 😌

A cover of Mie Dyasha's blog as a Boschler intern at Bosch Thailand. It has other visual elements that relate to Bosch Thailand.
แปะภาพ official cover ของ blog นี้น้า cr. mie dyasha 😙

สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านบล็อคตอนที่มี่หาที่ฝึกงานทั้งหมด สำหรับสาย media and communication แต่เป็นงานที่สาย bba ก็เบี่ยงมาทำได้เช่นกัน ไปอ่านกันเลยที่ บล็อครีวิวการหาที่ฝึกงานฉบับมี่จัง หรือสามารถคลิกอ่านตอนที่ข้างล่างสุดของบล็อคฉบับนี้ได้เลยคับบ 😆

disclaimer: บล็อคนี้อาจจะลงรูปเยอะไม่ได้เพราะติดเรื่องกฎของบริษัทที่ค่อนข้างจะรัดกุมโดยเฉพาะเรื่องสถานที่ทำงานนะคะ เลยจะใส่รูปตอนที่ไปฝึกงานแบบนอกสถานที่มากกว่า เนื่องจากสายงานเราจะมีการออก press/media conference ค่อนข้างเยอะน้า ส่วนคำว่า Boschler นั่นคือคำที่ไว้เรียกคนที่ทำงานกับ Bosch นั่นเอง มี่เคยฝึกงานที่นี่เลยใช้เป็น Mie as a Boschler ซึ่งตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้วนะคะ แต่ดีใจบวกกับภูมิใจมาก ๆ ที่ครั้งนึงได้เป็นส่วนหนึ่งของ Bosch Family รู้สึกได้ว่ามันคือ achievement ของเรา ณ เวลานั้นเลยแหละ ส่วนพี่ที่เป็น head เรา เราขอระบุพี่เค้าเป็นพี่ซุปแทน เนื่องจากเดี๋ยวนี้ scammers เยอะมาก ตัวมี่เองเป็นห่วง privacy ของพี่เค้า เลยขอไม่ระบุชื่อเล่นพี่ซุปของเราละกันค่ะ แต่ถ้าพี่เค้ามาอ่าน ขอเขียนไว้ว่าคิดถึงพี่ซุปมาก ๆ นะคะ พี่เค้าน่ารักมากกกกก 😀✨

 

มาเริ่มอ่านกันเลยยยยยย ถึงจะนานแล้วแต่จะพยายามนึกออกทั้งหมดนะ เพราะว่าทิ้งไว้นานเกิ๊นนน อย่าเพิ่งสาปหนู 🥹

FYI Center in Bangkok, Thailand
สัญลักษณ์ของตึก FYI Center คือเจ้าปลั๊กสีเหลือง 🔌

ตอนที่ตัวมี่ฝึกงานเนี่ยยังเป็นยุค (กึ่ง ๆ ใกล้จบ) โควิดหรือใกล้ endemic อยู่ ทางบริษัทตอนที่มี่เข้าไปฝึกแรก ๆ เลยมีนโยบายให้ work from home เป็นส่วนมาก และสามารถมา office ได้ตามวันที่ตกลงเข้ามากับพี่ซุปที่ออฟฟิศที่ตึก FYI Center แถว MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์หรือคลองเตยนั่นเอง โดยจะมาบ.ต้องบอกพี่ซุปไว้เพราะทางบ.ต้องเช็คว่ามันจะไม่เกิน 10% ของคนที่มา onsite ทั้งหมด (แต่อิฉันก็ยังติดโควิดตอนที่ฝึกงานอยู่ดีและไม่รู้ว่าติดมาจากที่ไหนด้วย แต่โดนจับเข้า hospitel ไป 10 วัน) โดยปกติพี่ซุปจะนัดเข้ามาตอนช่วงวันพฤหัสกับศุกร์ซะส่วนมากค่ะ ซึ่งก็ดีเหมือนกันจะได้มี productivity มากขึ้นก่อนจะปิดสัปดาห์ด้วยวันศุกร์ และที่สำคัญ สามารถฝากคอมไว้ที่ล็อคเกอร์บริษัทได้นั่นเอง 5555 ช่วงที่ทำงานที่บ้านก็จะได้คอมบริษัทไปเป็นของตัวเองและต้องทำทุกอย่างจากคอมบริษัทเท่านั้น เนื่องจากเรื่องข้อมูลที่ confidential ค่ะ 😶 ข้อมูลของบริษัทใหญ่ ๆ คือสำคัญมาก ๆ และถ้าจำไม่ผิดคือมีการเซ็นสัญญาเรื่องการรักษาข้อมูลของบริษัทด้วย ทางบ.จะมีการเทรนพนักงานเรื่องนี้โดยการให้ดูและอ่านคอนเทนต์เรื่องนี้ จากนั้นก็ต้องทำเหมือน test เพื่อทบทวนความจำด้วย เรียกสิ่งนั้นว่า onboarding sessions ค่ะ คือทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับบริษัทเลย เพราะฉะนั้นบางอย่างก็เปิดเผยมากไม่ได้ ต้องระวังดี ๆ เพราะข้อมูลเหล่านั้นมีค่ามาก ถ้าข้อมูลรั่วไหล อาจโดนฟ้องได้เลยค่า 🥲 หลังจากนั้นช่วงหลัง ๆ พอโควิดลดลงก็เลยได้กลับมาทำงานที่บ. ประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์ก็จะเลือกมาเป็นอังคาร, พุธและก็พฤหัส เพราะจันทร์กับศุกร์ปกติคนชอบเข้าเยอะ เลยเลี่ยงเข้าหรือมาเป็นจันทร์, พฤหัสและศุกร์แทนในบางสัปดาห์ค่า

ตอนเข้ามา ยังไม่ได้บัตรเลยได้บัตร temp ก่อล 😂

อันนี้คือตอนเข้ามา เราแอบสงสารตัวเองนิดนึง เพราะเรื่องบัตรคือพี่ซุปบอกทาง hr ไปล่วงหน้าตั้งนานแล้ว แต่ทางนั้นเค้าลืมออกบัตรให้เรา ด้วยความที่เป็นบัตร temporary มันจะมีข้อจำกัดบางอย่างเกี่ยวกับระบบภายใน ทำให้ไม่สามารถทำบางอย่างได้ แต่เราถือบัตรนี้อยู่ 4 วัน ลำบากพี่ interns อีก 2 คนมาก ๆ ต้องคอยไปไหนมาไหนกับเราตลอด เพราะเราเข้าไปทำคนเดียวไม่ได้ 555 (ถือว่าระบบ safety ดีมากนะเออ) วันแรกก็คือรอคอม รออะไรซะมากกว่าจนหมดไปเกือบวันนึงถึงได้คอมและทำนั่นนี่ได้ เราเลยถือโอกาสนั่งอ่านหนังสือของตัว Bosch Thailand แทนค้าบ จะได้รู้มากขึ้นหน่อยนึง 😊

mie's morning routine 🌅

โดยปกติแล้วมี่จะมาถึงที่ออฟฟิศเวลา 8.30 เพื่อที่จะได้มีเวลาซื้อข้าวเช้า น้ำและเวลาทานข้าวเช้าสักหน่อย เพราะเวลาที่ต้องทำงาน สมองใช้พลังงานเยอะมาก ๆ และถ้าหิวก็จะคิดอะไรไม่ค่อยออก ข้างล่างจะมีที่ขายข้าวหลายที่มาก เช่น หมูทอดเจ๊จง, KAMU, 7-11 และถ้าใครสายชาบูก็คือต้องรู้จัก shibuya shabu กันบ้างแหละเนอะ แต่บางทีเบื่อ ๆ ก็ชอบซื้อข้าวจากข้างทางหน้า MRT ที่ลงมากกว่า มีพวกข้าวเหนียวไก่ทอด ข้าวกล่อง น้ำชงต่าง ๆ โจ๊กให้เลือกซื้อได้ตามชอบเลยค้าบผม เวลาที่เริ่มงานจะเป็นตอน 9.00 และมีเวลาพักกลางวัน 1 ชม.และเลิกงานตอน 18.00 หรือว่าต้องทำงานให้ครบ 8 ชม. จริง ๆ จะมาก่อนและกลับก่อนก็ได้ หรือว่าจะมาหลังและกลับหลังเวลางานก็ได้เหมือนกัน แต่ปกติแล้วมี่เป็นคนชอบมาก่อนเวลาหรือว่าตรงเวลามากกว่า มีบ้างที่มาช้า แต่ไม่บ่อย เนื่องจากปกติทางทีม SEA (Southeast Asia Region) จะมี meeting ตอน 9.00 เป๊ะ เนื่องจากเวลาที่สิงคโปร์มันคือ 10.00 ด้วย พอเป็นแบบนี้เลยไม่ค่อยกล้ามาช้าเท่าไหร่ เพราะเราจะพลาด meeting นั่นเองค่ะ จากนั้นก็ทำงานไปจนถึง 13.00 ค่อยลงไปกินข้าวเพราะเราไม่ชอบเจอคนเยอะ เลยเลี่ยงช่วง 12.00 ไป เราชอบไปกินข้าวกันกับพี่ซุป, พี่ที่ดูแลด้าน administrative อีกคนและ interns ที่ตึก the parq กัน พอกินเสร็จก็กลับมาทำงานต่อ หรือซื้อขนมกลับมาที่ทำงาน ปั่นงานต่อจนถึงเวลาเลิกงานก็สามารถกลับบ้านได้ บางทีก็เลิกเร็วกว่านั้นเพราะรีบกินข้าว ขึ้นมาทำงานต่อและเลิกก่อน 18.00 เพื่อหนีคนเยอะค่ะ 555 (มันเป็น trick อะ 10-20 นาทีก็มีความหมายนะ ส่วนพี่ซุปคือมาทำงานตั้งแต่ 7.30 ก็คือได้ออกตอนประมาณ 16.30 พี่เค้าได้หนีรถติดพอดี)

My working space at Bosch
มุมโต๊ะทำงานของเรากับโฮจิฉะ 😙

โดยในทีมเรา ตอนที่เราเข้าไปตอนแรกจะมีพี่ ๆ interns อีก 2 คนคือพี่เท็นกับราฟาเอล พอเราเข้ามาก็มีเพื่อนอีกคนเข้ามาคือเนมแต่เนมออกไปก่อน และมีอีกทีมเข้ามาคือตอนวันสุดท้ายที่เราออก 5555 เราจำชื่อไม่ได้ ขอโทษด้วย แต่เราคิดถึงพี่ ๆ interns 2 คนแรกมาก เพราะเค้าดีกับเรามากจริง ๆ และให้คำแนะนำเรามาตลอด จนทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่เลยค้าบ ที่ทำงานที่นี่สภาพแวดล้อมดี อยู่กันแบบครอบครัวจริง ๆ ไม่ใช่ครอบครัวเลือดข้นคนจาง ทุกคนเหมือนเป็นพี่น้องกัน มี space และเคารพความเป็นส่วนตัวของกันมาก ๆ อาจมีบ้างที่ต้องติดต่อกันนอกเวลางาน (เพราะเรื่อง content คือรอไม่ได้จริง ๆ ผิดพลาดไปนี่เรื่องใหญ่เลย ภาษาและ communication สำคัญมาก ๆ ด้วย มันอาจหมายถึงการไป discredit ใครสักคนได้เลย) แต่ก็ไม่เกิน 3 ทุ่ม พี่เค้าจะทิ้งแชทไว้ให้เราเข้าไปทำต่อพรุ่งนี้เช้า ไม่ได้จะเร่งว่าต้องเอาวันนี้หรือคืนนี้เลย เราชอบตรงนี้มาก ๆ ยังเป็นบ.เยอรมันที่มีความไทยอยู่หน่อย แต่ก็ดีแล้ว ดีกว่าบอกชม.นี้ จะเอาชม.หน้า เพราะถ้าเป็นบ.ไทยแท้ ตามตอนนี้คือจะเอาตอนนี้ (นี่เคยต้องทำคอนเทนต์แก้ส่งใน 5 ทุ่มกับบ.ไทยแท้มาแล้ว ดีที่ ๆ นี่ไม่มีแบบนั้น) พี่ซุปของเราเป็นคนที่ understanding มาก ๆ พี่เค้าเข้าใจความเป็นมนุษย์ของน้อง ๆ ในทีมและเป็น leader ที่ดี มีเรื่องอะไรคือสามารถคุยกับพี่เค้าได้ตรง ๆ เลย (ก็ไม่ได้ตรงขนาดนั้น แต่คือพูดได้อะ เราจะได้แก้ปัญหาไปด้วยกัน) มันมีตอนนึงที่เราร้องไห้เพราะเรื่องงานด้วย เราเครียดมากว่าเราจะทำได้ดีไม่มากพอ (อืมม ก็ article แหละ กกกก พี่ซุปบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องร้องไห้ ขอให้ทำสุดความสามารถก็พอ งานที่น้อง ๆ ทำ ช่วยเซฟเวลาเค้าได้มาก ถึงมันจะเป็นการ initiate เฉย ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่สำคัญ อย่ามองว่ามันไม่มีความสำคัญน้า 🥹 ได้ยินแบบนั้นแล้วเรารู้สึกได้เลยว่า intern ตัวเล็ก ๆ ก็มีความสำคัญ จากที่เราเคยคิดว่าตัวเองไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้น ก็กลายเป็นฮึบและพยายามทำงานต่อไป) มีบางทีที่เราติดธุระและปั่นงานช้า คือทำงานตอนช่วง 14.00 ถึง 22.00 พี่เค้าก็คือไล่ให้ไปพักได้แล้ว (แต่พี่เค้ายังปั่นงานอยู่ 🤓 พี่ซุปของเราคือที่สุดของการทำงานมาก ๆ ดูออกเลยว่าพี่เค้า dedicated ให้กับงานที่ทำจริง ๆ จนบางครั้งก็เป็นห่วงพี่ซุปเรื่อง over workload เหมือนกัน) ละเราก็มีโอกาสได้เจอคนเก่ง ๆ ซึ่งเป็นเพื่อนเรามาจนวันนี้คนนึงซึ่งเธอเรียนที่ม.โคลัมเบีย ที่ new york city เค้าช่วยเหลือเราหลายเรื่องมาก เดะบล็อคถัดไปจะรู้ว่าเค้าคือคนสำคัญในการขอ j-1 waiver ให้เราที่อเมริกาเลยแหละ ถ้าเค้ามาอ่านตรงนี้ ขอบคุณมาก ๆ เลยน้า 🙏

  • สิ่งนึงที่มี่ชอบมาก ๆ ตอนทำงานที่นี่คือ diversity เพราะว่าด้วยความที่เป็น corporate communications เราต้องสื่อสารกับทาง asean team ตลอดเวลาโดยเฉพาะทางสิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนามและฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียด้วยบางทีแต่ไม่บ่อยนัก เนื่องจากเราต้องทำงานด้วยกัน และทำ content ต่าง ๆ สำหรับ Bosch Asean ทำให้เราได้ยินสำเนียงภาษาอังกฤษที่หลากหลายมากในทุกเช้า (บางทียังไม่ตื่นก็ต้องฟังอะเนอะเพราะเป็น meeting ได้มัทฉะจาก kamu ช่วยชีวิตมาก 👀) เป็นการต่อยอดและฝึกภาษาอังกฤษที่หลากหลายและดีมากสำหรับเราทีเดียว *การทำงานที่นี่จะใช้เป็นภาษาอังกฤษในการสื่อสารอย่างเป็นทางการ ภาษาไทยมีใช้สำหรับคุยกับเพื่อนร่วมงานคนไทยเท่านั้น ถ้าคุยกับทีมต่างชาติยังไงก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษค่ะ อย่างบอสเราเป็นคนฟิลิปปินส์เชื้อสายจีนก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับเค้า* มีคนเยอรมัน โปลิชหรือฝั่งยุโรปที่มาทำงาน/ฝึกงานที่นี่ด้วย ฉะนั้นถ้าไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย อาจจะไม่ได้ถูกรับเลือกเข้ามาทำงานน้า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าสำเนียงฝั่งฟิลิปปินส์กับสิงคโปร์ฟังยากมากจนเกินไป แต่ตอนที่เข้ามาแรก ๆ มีแอบงงบ้างเพราะยังจับแนวทางการพูดเค้า (ฝั่งเวียดนามกับอินโด) ไม่ค่อยได้ ทำให้แอบเอ๋อไปนิดนึง พอฟังบ่อย ๆ ก็ดีขึ้นเองค่า แถมได้เพื่อนต่างชาติที่เป็น intern เหมือนกันเพิ่มขึ้นด้วยนะ เราเองได้เพื่อน intern ชาวสิงคโปร์เพิ่มมาค้าบ 🇸🇬

media press conference with bosch
press conference ของ bosch ตอนนั้นที่เราได้ไปดู 👀

หลังจากเข้า meeting ประมาณ 10-30 นาทีในทุก ๆ วัน เราก็จะทำงานในส่วนของเราที่ได้รับมอบหมายต่อ งานหลากหลายมากกกก ขอลิสต์ไว้เล็ก ๆ ตรงนี้แล้วกันจ้า 😙

  • มีตั้งแต่หาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ corporate ของ bosch เพื่อหาและทำข้อมูลสำหรับ presentation slides (เราได้ทำตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเลย เพราะเป็นเรื่อง corporate guidelines) จำนวน 100 slides และฉบับย่อด้วย

  • งานด้านการแปลภาษาไทย-อังกฤษ-ไทย (english-thai-english) เพราะบางทีต้องทำคอนเทนต์สำหรับ internal และ external เป็น 2 ภาษาคือไทยและอังกฤษ เช่น การประกาศต่าง ๆ ในบริษัทหรือ campaign ที่เราทำเพื่อช่วยฝั่ง hr เราชอบอันนี้มาก การแปลมันสนุกมาก ๆ ถึงแม้ว่าอาจจะเหนื่อยนิดนึง แต่ถ้าชอบ คือสนุกมากเลยแหละ ตอนนั้น intern อีกคนก็คือเรียนสายอิ้งมาที่ม.สีชมพู นางรักงานแปลมากอะ 5555 แต่งานอื่นก็คือลาก่อน (ก็เนอะ เค้าเรียนเอกนี้มา มันก็ตรงเอกเค้า จะชอบงานนี้ก็ไม่แปลกหรอก)

  • ริเริ่มหรือ initiate พวก CSR articles เป็นภาษาอังกฤษ (อันนี้สำหรับมี่ค่อนข้างยากเพราะยังไม่ได้รู้ technical terms หรือบริบทที่ทางบริษัทใช้มากขนาดนั้น มันไม่ได้ยากที่ระดับภาษาแต่สำหรับเรามันยากที่ context เราก็ต้องพยายามหาข้อมูลและเขียนเองก่อน จากนั้นพี่ซุปจะเป็นคนเช็ค พอพี่ซุปเช็คแล้วเราเห็นปุ๊บ โอ้โห นี่มันแทบจะไม่เหลือเค้าโครงที่เราเขียนเลย 55555 และพี่ซุปคือเขียนแค่แปปเดียวก็คือได้เลย เราเลยต้องอาศัยหาบทความเก่า ๆ ที่ทาง cgr เป็นคนเขียนแล้วค่อยมาดูว่าเรา adapt อะไรที่เรารู้เข้าไปได้บ้าง ตัวเราเองไม่ได้ full-time เลยมองอะไรแบบกึ่ง ๆ คนนอกและคนใน ในเวลาเดียวกัน เราเองก็ไม่ได้รู้ลึกขนาดนั้น)

  • ช่วยดูแลเรื่อง corporate social responsibility (csr) ที่ทางบริษัทต้องทำเพื่อรักษา mission ขององค์กร และตัว robert bosch เอง (ต้องไปหาประวัติเค้าอ่านดูเอาเองน้าอันนี้)

  • ดูแล social media แอคเคาท์ของทางบริษัทโดยเฉพาะ linkedin กับ facebook แต่จะดูแลและประสานงานระหว่าง media agency สำหรับตัว facebook มากกว่า ตัว linkedin จะมีโพสต์เองบ้างหาก token ในระบบพัง

  • มีเข้าพวก press/media conference ด้วย เนื่องจากเราเน้นเรื่องสื่อและ communication เป็นหลัก (คนอาจจะคิดว่าเรื่อง content ง่าย แต่การ initiate พวก draft นี่ไม่ง่ายนะ ยากด้วยถ้าเราไม่ได้รู้อะไรเยอะพอที่จะเขียนมันออกมาอะ กว่าจะได้แต่ละอันคือใช้เวลาขั้นต่ำ 2-3 ชั่วโมงสำหรับ 250-300 words) 🥲

  • มีออกแบบพวก basic graphic designs นิดหน่อยด้วยน้า แต่ถ้าไม่ได้จริง ๆ ทาง media agency ข้างนอกจะเป็นคนทำให้ สโคปงานก็จะประมาณนี้ ไม่อยากลงรายละเอียดเยอะมากเกินไป เดี๋ยวมันไม่ตื่นเต้นตอนเข้ามาทำงาน 5555555 😂

ภาพตอนที่ไปค้างคืนเพื่อ content creation ของ bosch ที่ต่างจังหวัด (บ.ออกหมด) 😇

  • สโคปงานช่วงแรก ๆ จะเป็นงานสาย corporate communications แบบจริงจังตามที่กล่าวไปข้างบน แต่พอหลังจากนั้น ก่อนเราออกประมาณ 1 เดือน มีโอกาสได้ช่วยสาย content creation หน่อย ทำตั้งแต่ storyboard (ซึ่งนี่ก็วาดรูปไม่เก่ง เลยหา reference เป็นภาพกับโทนสีแทน), pre-production plan, shot list อะไรงี้ คุยกับทางทีมนั้น ๆ ว่าเค้าต้องการอะไรบ้าง ออกมาประมาณไหน อยากให้ key message คืออะไร ก็ต้องมีทำ pitching บ้าง เรื่องโทนเราชอบ แต่ทำแล้วฝั่งนั้นเค้าไม่ซื้อจ้า (ก็เศร้าไปดิ งิงิ ฮรึก 🥲) คือมันต้องไปถ่ายงานที่แพลนท์ของบ๊อชในต่างจังหวัด ก็ถ่ายทำด้วยโทรศัพท์มือถืออะไรงี้แหละแล้วก็ต้องอัดเสียงแยกไป จากนั้นก็ไปช่วยเรื่อง timing กับเรื่อง trimming หน่อย ที่เหลือช่วยเรื่อง subtitles ที่เป็นภาษาอังกฤษไป ละมี translation นิดนึงสำหรับตอนที่พูดภาษาไทย คนตัดเป็น ตัดไม่นานก็เสร็จ ทางทีมเราให้ฝั่งฟิลิปปินส์เป็นคนช่วย เนื่องจากตัวมี่เองตัดไม่เก่งเลย และไม่กล้าทำงานเละด้วย รู้สึกความสามารถไม่ถึงจริง ๆ เลยหาคนช่วยดีกว่า (เรียน media com ไม่ได้หมายความว่าต้องตัดเป็นนะ ลบภาพจำนี้ก่อน บางทีเรียนมา 3 ปีไม่เคยตัดงานเลยก็มีเด้อ คนที่ตัดเป็นเค้าเป็นจะรับบท editor แต่ส่วนตัวนี่ไม่ใช่ ทำได้แค่ basic เฉย ๆ ไม่ได้เทพและ editing ไม่ใช่ทางเลยจริง ๆ เราชอบแนว screenwriting กับ pre-production มากกว่า แต่ในอนาคตไม่ได้แพลนจะแตะสาย film production อีกแล้ว เนื่องจากไม่ได้ชอบขนาดนั้น 5555) 😂

ตอนไป csr รอบแรกที่ชลบุรีโดยการส่งมอบคอมและไปมูลนิธิที่บ๊อชคอยสนับสนุน

  • เรื่อง csr ตอนได้ไปทำก็รู้สึกดีนะ มันแบบเหมือนเราได้ส่งต่ออะไรสักอย่างที่เราคิดว่ามันทำประโยชน์สำหรับใครสักคนได้ อย่างตอนที่ไปรอบแรกก็คือมีโอกาสได้ไปมูลนิธิในชลบุรี โดยต้องแบ่งไป 2 ที่คือสำหรับตัวมูลนิธิโดยตรงเพื่อส่งมอบของต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หนังสือ ของจำเป็นสำหรับเด็กเล็ก หลังจากนั้นก็ไป visited ฝั่งมูลนิธิที่เป็นเหมือน nursery หรือ day care เพื่อช่วยเด็กที่พ่อแม่ต้องไปทำงานตอนกลางวันและไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก น้อง ๆ ก็น่ารักดี ตามประสาเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันไปมา โยนบอลมาให้ด้วย เห็นแล้วนึกถึงน้องตัวเองตอนเด็กเหมือนกันนะ 555 พอให้เสร็จ พี่ซุปก็พาไปเลี้ยงขนมที่ร้าน la baguette (พี่ซุปเลี้ยงขนมกับน้ำบ่อยมากค่าา เกรงใจเหมือนกัน 🙏) พอให้เสร็จก็เกือบหมดวันแล้ว กลับกรุงเทพไปเวลารถติดพอดี ถึงประมาณ 19.30 โน่นแหน่ะ ตอนเราฝึกงานมีโอกาสไป csr แบบลงสนามแค่รอบเดียวคับ csr ของบ๊อชแต่ละประเทศจะไม่เหมือนกัน แต่ในประเทศไทยเราเน้นที่พัฒนาประชากรเด็กหรือว่าช่วงวัยเรียนเพื่อที่เค้าจะได้มีอาชีพรองรับและสามารถเป็นคนที่ financially independent ได้ 🥺

  • บางคนอาจจะงงว่าเรียน media com muic แล้วฝึกงานสายนี้ได้หรอ จะบอกว่าเราเป็นคนแรกของสายนี้ที่ media com muic และเป็นครั้งแรกที่ทางพี่ซุปรับเด็ก media com เข้ามาทำสายนี้เช่นกัน ปกติแล้วจะเป็นเด็ก bba มากกว่าที่มาสมัครที่ bosch thailand (เป็นคนชอบสร้างประวัติศาสตร์ค่ะ 555 XD) พี่ซุปจะคอยบอกเสมอว่า "cgr ไม่ต้องรู้ลึก แต่เราต้องรู้รอบ" ด้วยความที่ bosch เองก็จับหลาย business sectors มันจะมีอะไรให้เราเรียนรู้และถามจากพี่ซุปมาตลอดแหละ พี่เค้าก็ยินดีอธิบายให้ฟังถ้าเราสงสัยหรือว่าอยากรู้อะไรที่ต้องเอามาทำ content หรือ draft articles ตามปกติแล้วสาย corporate communications เนี่ย มันจะอยู่ใน integrated media communication ไม่ใช่สาย creative content concentration แบบที่เราเรียนครับ แต่เราเลือกที่นี่เพราะนึกสภาพตัวเองไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าไปออกกอง ละไม่ชอบ เราต้องทนอยู่แบบนั้น 3 เดือนจะไหวมั้ย (เพิ่งมารู้ว่าไม่ชอบออกกอง ไม่ชอบทำงานกับคนเยอะ ๆ เพราะปวดหัวก็ตอนที่ทำธีสิสนี่แหละ ทำให้คิดจะเปลี่ยนสาย แต่จะเปลี่ยนเป็นอะไรเดี๋ยวจะบอกทีหลัง) เราเลยรู้สึกว่าตอนนั้นตัดสินใจถูกที่เลือก bosch เพราะเรา prefer สายทำงานในออฟฟิศมากกว่าออกสนามจริง อีกอย่าง ตอนนั้นหาเงินกลับอเมริกาด้วย ฝึกงานที่นี่ได้เงินเดือน ๆ ละ 10,000 บาท ฝึก 4 เดือนก็ได้มาเกือบ 40,000 แล้ว เย้ 😌

ความเป็น Bosch Thailand 🇹🇭

สำหรับเรื่องการสมัครงานที่นี่และเอกสารที่ใช้ ให้วาร์ปกลับไปอ่านที่ลิงก์แรกที่เราแปะไว้ให้ด้านบนน้า ส่วนเรื่องระบบภายในของที่นี่ก็ดี จ่ายเงินตามจริง ตรงเวลา (เงินชอบออกช่วงตี 2 5555) ไม่ค่อยมีใครเช็คเรื่องการมาทำงานเท่าไหร่เนื่องจากมัน hybrid work from home กับการเข้า office ณ ตอนนั้น ก็คือจะทำงานตอนไหนก็ได้แต่ต้องทำให้ครบ 8 ชม. นั่นแหละ ไม่มีปัญหาเรื่องการแตะบัตรเข้าออก เพราะเค้าไม่เช็ค แต่ตัวมี่เองจะมีลิสต์ตารางเวลาเป็นของตัวเองไว้ในกรณีที่เค้าขอเช็ค ทั้งตารางการเริ่มงาน การเลิกงาน เวลากินข้าว และเวลาที่เหลือ ถ้าวันไหนมี่พักเยอะก็ต้องชดเชยเพิ่มไปว่าต้องทำงานถึงตอนนี้นะ แต่ถ้าวันไหนเริ่มเร็ว พักน้อยก็เลิกเร็วเท่านั้นนั่นเองค้าบ 😀 ปกติถ้าฝึกงาน 3 เดือนขึ้นไปจะมี paid leave ได้ 1 วัน/เดือน คือจะลาก็ได้แต่ว่ายังได้เงินเดือนอยู่ตามปกติ เผื่อต้องไปทำธุระหรือว่าหาหมอ จะได้นัดวันนี้ได้เลย แนะนำให้ใช้นะเออ อย่าดอง 😟

ภาพสุดท้ายตอนที่เค้าออกจาก bosch แล้วว 🥺

ตอนนี้นึกอะไรไม่ออกละ เพราะรู้สึกว่าก็พูดไปเยอะอยู่นะ (หรือเปล่า) ถ้าใครมีคำถามหรือข้อเสนออะไร ฝากแวะมาบอกกันที่ memomiez - มี่ตะลุยโลก ได้เลยน้า หรือว่า dm ig: miedya_thetraveller ก็ได้ค่า อย่างที่บอกคือบล็อคนี้สั้นจริง ๆ น่าจะสั้นที่สุดตั้งแต่เราทำบล็อคมาเลยด้วยมั้ง เนื่องจากพูดเยอะมากไม่ได้ บางอย่างก็เป็นข้อมูลภายในไม่สามารถบอกได้ 5555 ได้โปรดเข้าใจข้าน้อยด้วยนะขอรับบบ 🥹

 

กล่าวขอบคุณจ้า

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้เลยนะทุกคนน มี่ appreciate your support มากน้า ขอให้อยู่ support กันไปนาน ๆ และติดตามผลงานหรือแวะมาพูดคุยทักทายกันได้ ช่วงนี้อาจตอบช้าบ้างในเฟส เพราะว่าระบบ business suite รวนอ่า คืออ่านในโทรศัพท์ไม่ได้เลย ถ้าจะอ่านหรือตอบต้องเข้ามาในคอมเท่านั้น ซึ่งบางทีก็ไม่ได้เข้ามาดูตลอด เลยอาจตกหล่นข้อความไปบ้าง ถ้าไม่ตอบใครนาน ๆ เกิน 2 วัน รบกวนทักซ้ำตอนกลางวันได้เลยนะ 😙 เผื่อโดน auto reply ละมันไม่โชว์ข้อความค้าบ หรือถ้าไม่มีวี่แววตอบจริง ๆ ให้ทัก dm ในไอจีมาแทนได้เลย ไว้เจอกันบล็อคหน้ากับการรีวิววิชาที่ muic ตอนที่มี่มา take gen ed courses แล้วนะ ตอนนี้ใกล้จบแล้ว เทอมหน้าจะเป็นเทอมสุดท้ายที่ muic แล้ว จบเร็วสมใจ ไม่งั้นจะบินเข้าอเมริกาไม่ทันจ้า 🙃 ขอบคุณอีกครั้งที่ตามอ่านและให้กำลังใจกันมาตลอดนะคะ ♥️ เดี๋ยวจะรีบปั่นบล็อคหน้าก่อนเปิดเทอม กลัวจะดองไว้อีก ฮรึกกก

 

posted: 9 apr 2023, 10.51 am (gmt+7, bangkok time)

updated: 13 apr 2023, 14.06 (gmt+7, bangkok time)

302 views
bottom of page